V6

ราคาค่าบริการ

Filler Restylane  1  cc.  21,000 บาท

Filler Juvederm  1 cc.  25,000 บาท

oi
Filler(ฟิลเลอร์)

การฉีดFillerเป็นอีกตัวเลือกนึ่งในการทำศัลยกรรม ซึ่งจะเป็นการฉีดสารที่มีชื่อว่า Hyaluronic Acid เข้าไปในร่างกาย โดยสารตัวนี้เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิด “คอลลาเจน” ตามธรรมชาติใต้ผิวหนังของทุกคนจะมีคอลลาเจนอยู่แล้ว และคอลลาเจนนี้เองจะเป็นส่วนช่วยให้ผิวหนังดูมีชีวิตชีวา เด้ง และเต่งตึงด้วย แต่เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป พอมีอายุมากขึ้น คอลลาเจนเหล่านี้ก็จะเสื่อมสภาพไปตามวัย โดยจะทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอย และไม่เต่งตึงเหมือนในวัยเยาว์

การฉีดFillerเพื่อเติมเต็มความสวยงามจึงได้รับความนิยมมากขึ้น บริเวณที่นิยมฉีด เช่น จมูก แก้ม คาง หรือส่วนต่างๆของร่างกายที่ไม่ต้องการให้เห็นริ้วรอย ซึ่งการฉีดFillerนี้จะมีผลในระยะเวลาประมาณ 1 ปี แล้วหลังจากนั้น สารที่ฉีดเข้าไปนี้จะสลายไป

ในการเตรียมตัวที่จะฉีดFillerผู้ที่จะฉีดต้องมีความพร้อมของร่างกายด้วย เช่น ไม่เป็นผู้กำลังตั้งครรภ์ ไม่มีประวัติการเป็นภูมิแพ้ และไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดัน หรือเลือดออกง่าย เนื่องจากหากเคยเป็นโรคเหล่านี้แล้วจะมีความเสี่ยงในการที่จะเกิดผลข้างเคียงค่อนข้างสูง ซึ่งผลข้างเคียงก็อาจจะถึงขั้นช็อค หมดสติได้

ในยุคที่การฉีดFillerกำลังเป็นที่แพร่หลาย ผู้ที่จะไปรับการฉีดเองก็ควรศึกษาหาข้อมูลโดยละเอียดรอบคอบเนื่องจากหากผู้ที่ฉีดไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ อาจทำให้การฉีดเกิดอันตรายได้ เช่น ฉีดพลาดไปโดนเส้นเลือด เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดผลร้ายแรงถึงขนาดเป็นอัมพาตได้ หรือหากเจอหมอเถื่อน เช่น เจอหมอที่หิ้วกระเป๋าไปฉีดให้นอกสถานที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากว่าเราไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นยาจริงหรือยาปลอมที่เอามาฉีดเข้าร่างกายเรา หรือบางครั้งเจอผู้ช่วยแพทย์ที่เห็นแพทย์ฉีดทุกวันออกมารับฉีดเองบ้างในราคาถูก และหากทำกับหมอเถื่อนพวกนี้นอกจากจะได้รับอันตรายแล้วยังเสี่ยงโอกาสที่จะติดเชื้อที่แผลได้ง่ายอีกด้วย เนื่องจากเครื่องมืออาจไม่ได้มาตรฐาน

ดูแลหลังฉีดfiller
Print

13781960_1388259787856635_8473809669433941356_n13686764_548523542021648_4125330122697262163_n

ราคาค่าบริการ
Allergan  1            unit                250  บาท

Allergan  100       units        22,000  บาท

Neuronox  1         unit                200  บาท

Neuronox  100    units         18,000  บาท

ดูรีวิวเพิ่มเติม
http://goo.gl/idkRwJ

คุณผู้หญิงหลายๆคนคงไม่อยากมีริ้วรอยมาคอยกวนใจ แต่จะทำไม่ให้เกิดริ้วรอยขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกายคงเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าจะหยุดเวลาเอาไว้ แต่เมื่อเทคโนโลยีการศัลยกรรมเกิดการพัฒนาขึ้น มนุษย์สามารถคิดค้นสารชนิดหนึ่งขึ้นมาเพื่อลดริ้วรอยต่างๆโบท็อก  Botulinum Toxin จึงได้รับความนิยมโดยการฉีดเข้าบริเวณที่ไม่ต้องการให้เห็นริ้วรอย ซึ่งไม่เป็นอันตราย

ลดริ้วรอย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามวัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเกิดริ้วรอยบริเวณไหนบ้าง อายุเท่าใดจึงจะเกิด คำถามพวกนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นกับว่าดูแลผิวพรรณดีหรือไม่ อารมณ์หงุดหงิดเกิดขึ้นบ่อยครั้งมั้ย หรือการชอบขมวดคิ้วบ่อยๆ ต่างก็เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยต่างๆขึ้นได้ ในสมัยใหม่มีวิธีการลบเรือนริ้วรอยโดยการฉีดBotox ซึ่งเป็นโปรตีนที่สกัดมาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง แต่หากได้รับมากเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย
โบท็อก Botulinum Toxinเป็นสารที่มีวิธีการทำงานคือ เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการรบเรือนริ้วรอย เจ้าสารตัวนี้จะมีหน้าที่ไปยับยั้งเซลล์ประสาทที่คอยสั่งการกล้ามเนื้อบริเวณนั้น จึงทำให้กล้ามเนื้อเล็กๆที่จุดนั้นคลายตัว หรือกล้ามเนื้อเล็กๆที่จุดนั้นเป็นอัมพาตชั่วคราว
นอกจากนี้สารที่เรียกว่าโบท็อก Botulinum Toxinนี้ก่อนที่จะใช้เพื่อความสวยความงามยังใช้กับการรักษาดวงตาได้อีกด้วย โดยผู้ที่มีอาการตาเหล่ ตาเข จักษุแพทย์จะใช้สารชนิดนี้ในการรักษา ซึ่งผลข้างเคียงก็คือทำให้ผิวหนังบริเวณใกล้เคียงดูกระชับไม่มีริ้วรอย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการใช้สารโบท็อก Botulinum Toxinฉีดเพื่อความงาม นอกจากนี้ยังใช้ฉีดบริเวณข้อพับต่างๆได้ด้วยเพื่อระงับไม่ให้มีเหงื่อออกมากเกินไป
ในการฉีดBotulinum Toxinแต่ละครั้งนั้นฤทธิ์ยาจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี แต่ในบางรายนั้นอาจมีผลข้างเคียงได้เล็กน้อย เช่น กลืนอาหารลำบาก หน้าไม่สมส่วน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองตามปริมาณสารที่ค่อยๆหมดฤทธิ์ไป ส่วนผลข้างเคียงที่ร้ายแรงยังไม่มี หากแต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากหากฉีดผิดจุดไปโดนเส้นประสาทที่สำคัญจะทำให้อวัยวะในส่วนนั้นเป็นอัมพาตได้
ในการฉีดโบท็อก Botulinum Toxinนั้นส่วนมากจะทำกันในวัย 30 ปีขึ้นไป เนื่องจาก ในวันที่ยังหนุ่มสาวอยู่นั้นผิวพรรณจะไม่มีริ้วรอยอยู่แล้ว ยกเว้นในบางคนที่เวลาอารมณ์หงุดหงิชอบทำคิ้วขมวดเป็นประจำก็จะทำให้เกิดรอยย่นขึ้นได้ ส่วนสารที่ฉีดจะเริ่มออกฤทธิ์ก็ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นผล แต่หากดูแลร่างกายดี หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่นอนดึก ไม่หงุดหงิดง่าย ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติและไม่ต้องเสียเงินไปฉีดบ่อยๆด้วย

ดูแลหลังbotox
close