News & Event

ทำปากกระจับ

ทำปากกระจับรีวิว ปากกระจับ_3679ทำปากกระจับทำปากกระจับbefore_sixAfter_sixทำปากกระจับ

ราคาค่าบริการทำปากกระจับ

ปากบน    29,000 บาท

ปากล่าง  21,000  บาท

http://ปากกระจับ.com

ทำปากกระจับ

ริมฝีปาก เป็นอวัยวะที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างและส่งเสริมบุคลิกภาพของเรา หากใครมีริมฝีปากที่ไม่ได้ขนาดและสัดส่วนที่พอเหมาะก็อาจจะรู้สึกขาดความมั่นใจและเป็นปมด้อยในความรู้สึกลึกๆ การทำศัลยกรรมริมฝีปากจึงเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับ ทำศัลยกรรมริมฝีปาก กันเสียก่อน

ศัลยกรรมริมฝีปากคือ การผ่าตัดแก้ไขปัญหาของริมฝีปากที่ไม่ได้ขนาดและรูปทรงที่พอเหมาะ อันเกิดขึ้นจากสาเหตุที่หลากหลายทั้งกรรมพันธุ์ อุบัติเหตุ โรคบางชนิด รวมถึงความกังวลใจในด้านความงาม ซึ่งเมื่อหลังการผ่าตัดแก้ไขแล้ว ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดจะได้ริมฝีปากที่ดูสวยงาม รับกับใบหน้าเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนั้นศัลยกรรมริมฝีปากในปัจจุบัน ยังหมายรวมไปถึง การตกแต่งริมฝีปากด้วยการฉีดสารเติมเต็มบางชนิดเพื่อให้ปากได้ขนาดและรูปทรงที่อวบอิ่มอีกด้วย

การทำศัลยกรรมริมฝีปาก ทำได้ทั้งการลดและการเพิ่มซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของริมฝีปากของคนไข้ ศัลยกรรมริมฝีปาก จึงมี 2 รูปแบบ คือ การผ่าตัดเพื่อปรับลดขนาดริมฝีปาก และ การตกแต่งเพื่อความสวยงาม

การผ่าตัดเพื่อปรับลดขนาดริมฝีปาก

ส่วนใหญ่วิธีนี้แพทย์จะนิยมทำให้กับผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากหนาจนดูไม่สวย คือลดขนาดของริมฝีปากให้บางลง แพทย์จะตัดเอาเนื้อริมฝีปากที่เป็นส่วนเกิน ออกมาทางแผลที่ผ่าซึ่งซ่อนอยู่ด้านในริมฝีปาก หลังจากนั้นก็จะทำการเย็บแผลด้วยไหมละลาย ข้อดีของการศัลยกรรมริมฝีปากด้วยวิธีนี้คือ เมื่อทำแล้วจะได้ปากประจับที่บางสวยได้รูป

การตกแต่งเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปากด้วยการฉีดฟิลเลอร์

 

การจะตัดสินใจทำ การศัลยกรรมริมฝีปาก ไม่ว่าด้วยวิธีใด ต้องเริ่มจากการพิจารณาปัญหาของตนเองให้ถ่องแท้เสียก่อน จากนั้นก็ควรนำปัญหานั้นไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา

ริมฝีปากที่ดูได้สัดส่วนมีความลงตัวกับใบหน้า และดูเย้ายวนเล็กๆก็ย่อมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ชวนให้คนมอง ดังนั้น การศัลยกรรมริมฝีปาก จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยคุณให้มีปากที่งดงามน่ามองได้

ดูแลหลังผ่าตัด
ดูแลหลังผ่าตัด
ดูแลหลังทำปากกระจับ
Untitled-20

นวดหน้ายังไงให้หน้าเด็ก

เมื่ออายุมากขึ้นริ้วรอยบนใบหน้า ความเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย ก็ยิ่งเพิ่มมากยิ่งขึ้น คอลลาเจนก็เริ่มลดน้อยลง ก็คงจะหนีไม่พ้นการหาครีมบำรุงสูตรต่างๆ จะราคาถูกหรือแพงก็ไม่เกี่ยง หรือจะเข้าสถานเสริมความงามเพื่อฉีดโน่น เติมนี่ ขอเพียงทำให้ใบหน้าเด็ก เด้ง เป๊ะ ปัง อยู่เหมือนเดิมก็พอ หรือจะดูเด็กลงไปอีกก็ยิ่งดี และมันจะดีกว่ามั้ย ถ้ามีวิธีที่ทำเองได้ง่ายๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน แถมยังไม่สิ้นเปลืองเงินอีกด้วย เพียงแค่ใช้ความมีวินัยและสม่ำเสมอเท่านั้นเอง สงสัยแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่าวิธีอะไรกันนะ นวดหน้าไงคะ มาดูสิว่าต้องทำยังไงบ้าง

  1. เริ่มจากแต้มครีมบำรุงสุดโปรดของคุณสาวๆลงบน 5 จุดของใบหน้าคือ หน้าผาก จมูก แก้มซ้าย แก้มขวา และคาง หลังจากนั้นลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า ใครจะเพิ่มตรงบริเวณลำคอด้วยก็ได้นะ ลำคอจะได้ไม่เหี่ยวย่น
  2. คาง เริ่มนวดที่จุดแรก คือ ใช้นิ้วชี นิ้วกลางและนิ้วนางของทั้ง 2 มือ แตะที่ครีมตรงคางลากขึ้นไปตามกรอบหน้าจนถึงขมับ โดยนวดหน้าด้ายซ้ายก่อน ทำสลับกันทั้ง 2 มือ ประมาณ 10 ครั้ง หลังจากนั้นให้สลับไปนวดหน้าด้านขวาต่อ
  3. ริมฝีปาก แก้มและโหนกแก้ม ขยับขึ้นมาบริเวณริมฝีปากและแก้ม ยังคงใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางแตะตรงบริเวณริมฝีปากลากไปจนถึงขมับ ต่อด้วยตรงบริเวณแก้มและโหนกแก้ม สลับกันไปให้ทั่ว ประมาณ 10 ครั้ง ทั้งซ้ายและขวา นอกจากจะช่วยให้หน้าเต่งตึงแล้ว ยังช่วยลดริ้วรอยร่องแก้มได้อีกด้วย
  4. จมูก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง ของทั้ง 2 มือแตะตรงบริเวณจมูกส่วนที่อยู่บนสุดแล้วนวดลงมายังปลายจมูก ทำประมาณ 10 ครั้ง
  5. ขมับ ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและปลายนิ้วนางแตะที่ขมับทั้ง 2 ข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา นวดอย่างเบามือ ลักษณะวนเป็นวงกลม ประมาณ 10 รอบ จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และรดรอยตีนกาด้วยนะจ๊ะ
  6. หน้าผาก ใช้ปลายนิ้วชี ปลายนิ้วกลางและปลายนิ้วนาง ของทั้ง 2 มือ วางบริเวณกลางหน้าผาก และนวดขึ้นไปจรดด้านบนสุดของหน้าผาก ทำให้ทั่วบริเวณหน้าผาก ประมาณ 10 ครั้ง ช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบริเวณหน้าผาก
  7. ลำคอ ใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 นวดจากลำคอด้านล่างขึ้นไปจนถึงบริเวณใต้คาง โดยนวดให้ทั่งบริเวณลำคอ ประมาณ 10 ครั้ง ช่วยให้ลำคอไม่เหยี่ยวย่น ไม่เป็นปล้อง

การนวดหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทำให้หน้ามีเลือดฝาด และเมื่อทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ใบหน้าดูเด็ก ดูอ่อนกว่าวัย แถมยังช่วยลดความตึงเครียดได้อีกด้วย และนอกจากดูแลหน้าให้สวยแลดูเด็กแล้ว ต้องรักษาหุ่นให้ดีด้วย อย่าลืมที่จะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้ และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะคะ ถ้าด้ทำตามสูตรนี้รับรองว่ามีสาวสวย 2พันปี เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

 

Untitled-4

เคยไหม เวลาที่อยู่หน้ากระจกแล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ! เราก็ น้ำหนักไม่เยอะนะแต่ทำไม๊ ทำไม พุงยื่น ต้นขา ต้นแขนก็ใหญ่  แถมไขมันส่วนเกินหรือเซลล์ลูไลท์ก็เยอะ ใส่ชุดเปิดแขนก็ไม่น่าดู ใส่ขาสั้นก็ไม่น่ามอง แถมบางชุดใส่แล้วยังมีคนมองว่าเป็นชุดคลุมท้องซะอีก เกิดเป็นผู้หญิงนี่ลำบากซะเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้วิวัฒนาการทางด้านความสวยความงามก้าวหน้าไปมาก แถมมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และการดูดไขมันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวิธีการที่กำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่กำจัดได้ค่อนข้างยากออกไป ส่วนใหญ่จะเน้นบริเวณที่หน้าท้องต้นแขน ต้นขา เป็นต้น มาดูกันสิว่าเทคนิคการดูดไขมันมีอะไรบ้าง

Continue reading “ดูดไขมัน”

Untitled-12

Stem cell กับการเสริมความงาม

เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ สำหรับการเสริมความงามด้วย “ Stem Cell” หรือเซลล์ต้นกำเนิด ที่ใช้ในการรักษาโรคได้บ้างเป็นบางชนิดแต่ไม่ได้รักษาได้ทุกโรค เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกฝ่อ โรคโลหิตจางพันธุกรรมธาลัสซีเมีย เป็นต้น แต่ก็มีสถาบันเสริมความงามทั้งในประเทศและต่างประเทศที่นำเอา “Stem Cell” มาใช้ในการเสริมความงามและการชะลอวัย เรามาลองดูสิว่า “Stem Cell” จะช่วยเสริมสร้างความงามและช่วยในการการชะลอวัยได้อย่างไรบ้าง

 

“Stem Cell”  เป็นการนำเซลล์มาซ่อมเซลล์ คอยซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมของร่างกาย ปกติคนเราจะมีสเต็มเซลล์ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมอยู่แล้ว แต่การซ่อมแซมนั้นอาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากสเต็มเซลล์จะลดลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มปริมาณสเต็มเซลล์ให้ที่มีคุณภาพสูง และสดที่ยังมีชีวิตอยู่ “Live Stem Cell” ให้กับผิวหน้า ก็จะช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น สดใส เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผิวพรรณกระจ่างใส ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแก้ปัญหาจากการเสื่อมของอวัยวะซึ่งเสื่อมไปตามอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นความเสื่อมของอวัยวะก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

สเต็มเซลล์ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ

Embryonic Stem Cell (เซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อน) ซึ่งเป็นเซลล์ตัวอ่อนตั้งแต่ปฏิสนธิ

Adult Stem Cell (เซลล์ต้นกำเนิดโตเต็มวัย) ซึ่งเป็นเซลล์จากเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่น ฟันน้ำนม, ไขกระดูก, เนื้อเยื่อไขมัน เลือด, เลือดจากสายสะดือทารก เป็นต้น

สเต็มเซลล์ที่นำมาใช้ เสริมสร้างความงาม และเสริมสร้างความอ่อนเยาว์ ย้อนวัยหนุ่มสาว จะใช้เซลล์ต้นกำเนิดที่เรียกว่า (Mesenchymal Stem Cells –MSC) ซึ่งเป็น Adult Stem Cell มีคุณสมบัติ เปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ต่างๆ และยังสามารถนำไปใช้กับผู้อื่นได้โดยไม่เกิดการต่อต้านของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของผู้ที่รับ ยังมีคุณสมบัติเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในการสร้าง Connective Tissue ช่วยสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน รวมถึงสร้างเนื้อเยื่อไขมันและหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนเลือดทำให้ผิว ได้รับสารอาหารมากขึ้น ผิวจึงมีความยืดหยุ่น มีน้ำมีนวล เปล่งประกาย  เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปผิวที่อ่อนแอ ผ่านการทำทรีตเมนต์ หรือการรักษามาหลายอย่างแล้วไม่ได้ผล ผลของ Stem Cell จะเข้าไปฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้ผิวแข็งแรง ทำให้ตอบสนองต่อการรักษาต่างๆ ได้ดีขึ้น จะเห็นผลภายใน 2-3 เดือน และควรทำทุกๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี

 

ใครที่สนใจที่จำเสริมความงามด้วยวิธีนี้ละก็ควรที่จะศึกษารายละเอียด วิธีการทำ ผลลัพธ์ที่ได้ และผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นให้ละเอียดรอบคอบ และทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรงจะดีกว่านะคะ แอบได้ยินมาว่าราคาค่อนข้างสูงเลยที่เดียว

Untitled-5

Mask หน้า

การMask หน้าเป็นการเสริมสวยด้วยตนเอง ไม่ต้องเสียเวลาออกจากบ้าน ทั้งยังเป็นการบำรุงเพื่อให้ผิวพรรณดูชุ่มชื้น มีชีวิตชีวา และเป็นการกระชับรูขุมขนที่มีขาดกว้างเกินไปให้กลับมาเล็กลง และนอกจากนี้ยังเป็นการรักษาสิวได้อีกด้วย โดยเมื่อมีอากาซร้อนจะทำให้รู้ขุมขนบนผิวหนังขยายตัวขึ้น และสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นบนผิวหนังอาจไหลกลับเข้าไปในบริเวณรูขุมขนได้ ทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ ดังนั้นการMask หน้าจึงเป็นการลดการเกิดปัญหาดังกล่าว และยังทำให้ผิวหน้าดูนุ่ม น่าสัมผัส ดึงดูดขึ้นอีกด้วย ส่วนอุปกรณ์ในการทำนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล โดยจะมีเป็นแผ่นแปะสำเร็จรูป หรือหากมีเวลาจะผสมส่วนประกอบเองก็ได้ ซึ่งจะขอยกตัวอย่าง ดังนี้

  1. Mask หน้าโดยใช้โคลน ใช้ส่วนผสมหลักเป็นโคลนที่เกิดจากธรรมชาติ ใช้พอกบนหน้าจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ต้องการลดความมันของใบหน้าลง และการเอาโคลนมาพอกหน้านั้นไม่เป็นการทำร้ายผิวหน้า
  2. Mask หน้าแบบเป็นแผ่นลอก โดยจะมีแผ่นลอกหลายรูปแบบ ทั้งเป็นพลาสติกบางๆ เป็นไขพาราฟิน หรืออาจเป็นเจลก็ได้ แผ่นมาคส์หน้าจะไม่อุ้มน้ำเท่าการเอาโคลนมาพอกหน้า แต่จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่นขึ้นเพียงระยะเวลาหนึ่ง กระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต และลอกเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก
  3. Mask หน้าแบบร้อน มาสส์ชนิดนี้จะต้องทาลงบนผิวหน้าและทำให้ร้อนขึ้นจนได้อุณหภูมิที่เหมาะสม เนื่องจากความร้อนจะทำมห้ผิวหนังหายใจได้สะดวกขึ้น และเมื่อผิวที่ร้อนๆไปโดนความเย็นจะทำห้รู้สึกสดชื่นขึ้น และหลังการทำจะรู้สึกกระชับขึ้นด้วย
  4. Mask หน้าโดยใช้ครัม ซึ่งเป็นการใช้ครีมสำหรับมาคส์โดยเฉพาะ จะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและลดรอยย่นได้ การมาคส์แบบครีมนี้นังช่วยลดผในเรื่งของผิวแห้ง หรือผิวไม่สมดุลได้ด้วย
  5. Mask หน้าแบบใช้น้ำมันอุ่น ส่วนมากจะใช้น้ำมันมะกอกหรือวิตามินต่างๆเป็นส่วนผสม เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้ง
  6. Mask หน้าโดยวิธีธรรมชาติ ซึ่งวิธีนี้จะมีสูตรหรือเคล็ดลับมากมายทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนผสมหลักก็จะเป็นพวกผลไม้ต่างๆที่หั่นเป็นแว่นๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่หาวัตถุดิบได้ง่ายที่สุดด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในการวิธีการMask หน้านั้นมีด้วยกันหลายวิธีให้เลือกใช้ แต่ในบางรายอาจเกิดอาการแพ้สารบางชนิดได้ ซึ่งควรหยุดทำ และรักษาให้หายทันที แล้วจึงเริ่มใหม่ด้วยวิธีอื่นที่ไม่เกิดอาการระคายเคือง

close