ฝ้า

 

เกิดจากการเพิ่มจำนวนของเม็ดสีที่ผิวหนังซึ่งถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด ส่วนใหญ่จะเกิดในผู้หญิงมากกว่า แต่ในผู้ชายก็สามารถเกิดได้ถ้าตากแดดบ่อยๆ นอกจากแสงแดดแล้วแสงจากจอคอมพิวเตอร์หรือแสงจากหลอดไฟก็มีส่วน ความร้อนจากการอยู่หน้าเตาแก๊สก็ด้วย วัยที่เริ่มเป็นฝ้าคือ วัยกลางคน พบมากในกลุ่มคนที่อยู่ประเทศเขตร้อนเพราะได้รับแสงแดดในปริมาณที่มากและถ้าหากไม่ได้รับการดูแล การบำรุงผิวที่มากเพียงพอและอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีปัจจัยทางพันธุกรรมและฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย สำหรับฝ้าที่เกิดจากฮอร์โมน คือฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ หรือในช่วงที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อหมดจากการกระตุ้นฮอร์โมนดังกล่าวฝ้าที่เป็นอยู่ก็จะหายไปเอง รวมถึงการแพ้เครื่องสำอางค์บางชนิดก็อาจจะทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

การดูแลรักษาฝ้า

– การใช้ยาทา  ที่มีตัวยาไฮโดรควิโนนหรือกรดวิตามินเอ เพื่อไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือใช้สารในกลุ่มไวท์เทนิ่ง เช่น กรดโคจิก ชาเขียว ชาขาว ซึ่งจะมีพิษน้อยกว่าจำพวกที่เป็นตัวยา แต่ประสิทธิภาพในการรักษายังไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีหลักฐานทางด้านวิชาการมาสนับสนุนที่แน่นอน

– การทำลอกผิว ทำได้ 3 ระดับทั้งระดับตื้น ระดับกลาง และระดับลึกลงไปในผิวหนัง  โดยการรักษาในแต่ละระดับผิวจะใช้กรดผลไม้ในปริมาณที่ต่างกัน ทำให้เซลล์หนังกำพร้าที่มีเม็ดสีเข้มกว่าปกติลอกหลุดจากผิวเร็วขึ้น เมื่อเซลล์ใหม่เจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่ก็จะทำให้ฝ้าดูจางลง แต่เนื่องจากกรดผลไม้ทีใช้จะค่อนข้างเข้มข้นจึงต้องระวังการแสบไหม้ของผิวหนังและจะทำให้เป็นแผลเป็นได้ ต้องทายาทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วเช็ดออกด้วยน้ำเปล่า ผิวหน้าอาจจะบวมขึ้นเล็กน้อย หลังลอกหน้าผิวจะไวต่อแสงจึงต้องใช้ครีมกันแดดทีมี SPF 15 เป็นอย่างต่ำ ทาทุกวัน และ2-3 วันต่อมาผิวจะเริ่มลอก รอยด่างดำจะหายไปบ้าง อาจจะต้องต่อเนื่องหลายๆครั้ง โดยแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลดี

– การเลเซอร์ เป็นการรักษาโดยใช้พลังงานแสงไปยังบริเวณที่เป็นฝ้า มีผลทำให้ฝ้านั้นจางลงหรือหายไป เห็นผลค่อนข้างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่ผิวค่อนข้างขาวและเป็นฝ้าไม่มาก โดยจะทำการรักษาทุกๆ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รวมทั้งต้องทายาและทาครีมกันแดดร่วมด้วย

-การกรอผิว ช่วยเร่งการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้ลอกหลุดเร็วขึ้น ได้ผลสำหรับฝ้าที่อยู่ในชั้นตื้นๆ อีกทั้งช่วยให้ผิวเรียบสีผิวสม่ำเสมอขึ้น ควรทำต่อเนื่องกัน ทุก 1-2 สัปดาห์ขึ้นกับสภาพผิว

การป้องกันการเกิดฝ้า คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสแดงแดด แสงไฟ แสงจากคอมพิวเตอร์ หรือความร้อนโดยตรง ควรใช้ครีมกัดแดดที่มีส่วนผสมของ SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไปเป็นประจำสม่ำเสมอทุกครั้งก่อนออกแดด และบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น รับประทานอาหารหรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ วิตามินเอ และ วิตามินซี