ดูดไขมัน

เคยไหม เวลาที่อยู่หน้ากระจกแล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ! เราก็ น้ำหนักไม่เยอะนะแต่ทำไม๊ ทำไม พุงยื่น ต้นขา ต้นแขนก็ใหญ่  แถมไขมันส่วนเกินหรือเซลล์ลูไลท์ก็เยอะ ใส่ชุดเปิดแขนก็ไม่น่าดู ใส่ขาสั้นก็ไม่น่ามอง แถมบางชุดใส่แล้วยังมีคนมองว่าเป็นชุดคลุมท้องซะอีก เกิดเป็นผู้หญิงนี่ลำบากซะเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้วิวัฒนาการทางด้านความสวยความงามก้าวหน้าไปมาก แถมมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และการดูดไขมันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวิธีการที่กำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดที่กำจัดได้ค่อนข้างยากออกไป ส่วนใหญ่จะเน้นบริเวณที่หน้าท้องต้นแขน ต้นขา เป็นต้น มาดูกันสิว่าเทคนิคการดูดไขมันมีอะไรบ้าง

  • Tumescent Liposuction เป็นเทคนิคที่จะมีการฉีดส่วนผสมที่เป็นของเหลว (น้ำเกลือ,ฮอร์โมนอะดรีนาลีน,ยาชา) เข้าไปในบริเวณที่จะทำการดูดไขมัน เพื่อที่จะทำให้ไขมันบริเวณนั้นอุ้มน้ำ ซึ่งจะง่ายต่อการสลายเซลล์ไขมัน จากนั้นก็ดูดไขมันออกมาทางหลอดปลายมนที่สอดเข้าไปทางรอยผ่าเล็กๆ โดยสามารถดูดไขมันได้ตั้งแต่บริเวณ ใบหน้า ลำคอ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก และบั้นท้าย
  • Laser Liposuction เป็นเทคนิคที่ใช้เลเซอร์ในการสลายไขมันให้อยู่ในรูปกึ่งของเหลวก่อน แล้วจึงทำการดูดออก มีผลดีคือ กระบวนการทำสั้นกว่าระยะเวลาน้อยกว่า ทำให้บาดแผลเล็กกว่า ระยะการพักฟื้นก็น้อยกว่า นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนของผิวหนังให้ดูเต่งตึงขึ้นด้วย
  • Ultrasound-Assisted Liposuction เป็นเทคนิคในการใช้การอัลตร้าซาวด์ โดยแพทย์จะกรีดผิวหนังและสอดเครื่องมือเล็กๆเพื่อปล่อยพลังงานอัลตร้าซาวด์ออกมาเพื่อทำให้ไขมันอ่อนนิ่มและเหลวมากขึ้น จากนั้นจึงทำการดูดไขมันออกมา วิธีนี้จะเจ็บและใช้เวลาน้อยกว่า
  • Water-Assisted Liposuction เป็นเทคนิคที่กำจัดไขมันโดยการเคลื่อนย้ายด้วยน้ำ ทำให้เซลล์ไขมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ยังส่วนอื่นๆของร่างกายได้ โดยน้ำจะค่อยๆสลายไขมันให้หลุดจากเนื้อเยื่อ แล้วดูดออกมาหรือเคลื่อนย้ายไปยังส่วนที่ต้องการ โดยร่างกายจะไม่มีการต่อต้าน

เผื่อสาวๆคนไหนสนใจที่จะกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีดูดไขมันก็ลองศึกษาข้อมูลดูดีๆนะคะ ส่วนสาวๆคนไหนกลัวว่าจะเจ็บแล้วล่ะก็ ไม่ต้องกลัวไปค่ะ ก่อนการดูดไขมันทุกครั้งทางแพทย์จะใช้ยาชาหรือยาสลบ ช่วยลดอาการเจ็บปวดหรือไม่ให้เจ็บปวดเลย ส่วนปริมาณที่ใช้ก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดและบริเวณที่ทำ และราคาก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ทำซึ่ง สาวๆสามารถหาข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือสามารถเข้าไปปรึกษากับทางแพทย์โดยตรงที่คลินิกเสริมความงาม หรือโรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำได้เลยค่ะ